012 บุคคลวงในส่งทอมมาช่วยให้ไปถึงจุดนิพพาน

เพื่อนๆที่อ่านบทความ การมาของทอมผู้เป็นสิ่งมีชีวิตลำดับที่ 3 แล้ว ถ้ามองจากมุมของมนุษย์อย่างเราๆมีท่านใดสงสัยเหมือนผมบ้างไหมครับว่าทอมจะมาทำไมทอมจะได้ประโยชน์อะไรจากการมาครั้งนี้ คุณปู่ได้บอกเล่าให้ฟังดังนี้ครับ

การมาของทอม มีผลต่อทอมอย่างไร

ก่อนอื่นหากเราต้องการเข้าใจทอมว่าการมาของทอมนั้น มีผลต่อทอมอย่างไร ผมขออ้างอิงไปถึงข่าวข่าวหนึ่งผมเรียกข่าวนี้ว่า ข่าวมนุษย์บนเกาะธนู

หากเราเปรียบโลกใบนี้ของเราเป็นเกาะธนู วันหนึ่งทอมผู้ไม่สามารถควบคุมการแตกตัวของตนเองได้ การแตกตัวของทอม (และผู้อื่นที่อยู่ลำดับเดียวกับทอม) ส่งผลให้ผู้คนบนเกาะธนูเดือดร้อน จนกระทั่งวันหนึ่งผู้ที่อยู่จุดสูงสุดกว่าทอม บอกกับทอม (และผู้อื่นที่อยู่ลำดับเดียวกับทอม) ว่าไปรับผิดชอบผลของการกระทำที่ตัวเองก่อไว้ซะ โดยพวกคุณจะต้องทำอย่างไรก็ได้ ให้ไปปลด อาวุธ ของคนบนเกาะธนูและไปพาพวกเค้ามาใช้ชีวิตอยู่กับเราหรืออย่างน้อยที่สุดทำให้พวกเค้าก้าวเข้าใกล้ชีวิตแบบของพวกเราให้ได้

หากคุณเป็นทอมที่จะต้องล่องเรือและก้าวลงเพื่อสัมผัสกับคนบนเกาะธนู คุณรู้สึกอย่างไรครับ

โชคดีที่พวกของทอมและผู้ที่อยู่เหนือทอมถือเป็นครอบครัวเดียวกันและไม่เคยทิ้งกันการมาของทอมจึงเป็นแค่ 1 ในแผนงานที่ คนระบบ* จัดเตรียมไว้

การมาของทอมสอนอะไรเรา

มาถึงจุดนี้ผมก็ยังไม่เชื่อว่าทอมมาจริงหรือไม่ เพราะผมไม่ได้มีประสบการณ์ตรง แต่จากการอ่านบทความของทอมสอนให้ผมได้รู้ว่า แม้แต่ทอมที่อ้างตัวว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่ประกอบด้วยพลังงานบริสุทธิ์ ที่ถือได้ว่าเป็นวิวัฒนาการขั้นสูงก็ยังคงมี ความกลัว ดังนั้นเท่ากับสมการบริสุทธิ์ของทอมเกิดความคิดในด้านลบ คือ ความกลัว ขึ้น

จึงทำให้ความคิดที่เคยบริสุทธิ์ของทอมไม่บริสุทธิ์อีกต่อไป หากยังปล่อยต่อไปรังแต่จะเกิดผลกระทบไปในวงกว้างกว่านี้ ทอมและทุกคนที่ได้รับผลกระทบจึงต้องเร่งแก้ไข ซึ่งตรงจุดนี้บอกได้ว่าการที่พวกของทอมก้าวหน้าไปถึงจุดๆนั้น ก็ไม่ต่างอะไรกับเรา ความก้าวหน้าของเค้าก็มีรากฐานเดียวกับเราคือเกิดมาจาก ความกลัว ความกลัวที่จะศูนย์เสียสภาวะที่ตนเป็นอยู่ไปนี่เอง

หลายๆท่านอาจแย้งว่า ความกลัว คือ ความรู้สึกไม่ใช่หรือ แต่อย่างที่เคยบอกว่าให้พยายามเลิกจำแนกแยกแยะ ให้ปล่อยวางเพื่อตัดออก เพราะก่อนที่เรารู้สึกกลัว เราเกิดความคิดที่ว่าเราจะเสียสภาวะที่เป็นอยู่ไป เราจึงรู้สึกกลัว หากเราจับจุดตรงนี้ได้สิ่งที่เราทำคือตัดที่กระบวนการคิดที่เป็นต้นตอของอารมณ์และความรู้สึกไป ถึงจะเรียกได้ว่าเป็นการแก้ไขที่ต้นเหตุอย่างทันท่วงที

หากจะเปรียบไปคงเหมือนกับต้นไม้ต้นหนึ่งที่เกิดมาจากเมล็ด เติบโต เป็นลำต้นใหญ่ หยั่งรากลึกลงในพื้นดิน เมล็ดนี้ก็เปรียบเสมือนจิตของเรา รากก็เปรียบเสมือนความคิดที่หยั่งลึกลงในชีวิตของเราจนเรายากที่จะขุดตัดมันออกได้ ลำต้นกิ่งก้านใบก็เปรียบเสมือนอารมณ์และความรู้สึกที่พร้อมจะงอกเงยแปรเปลี่ยนไปอยู่เสมอ

จะมีประโยชน์อะไรหากกิ่งใบมันไม่ให้ร่มเงาแต่ย้อนกลับมาทำให้เราเดือดร้อน เหนื่อยไหมที่เราต้องคอยมานั่งเลาะเล็มตัดแต่งมัน ดีกว่าไหมถ้าเราตัดลำต้นทิ้ง จนขุดรากถอนโคนได้ในสักวัน เพื่อที่เราจะกลับมาเป็นเมล็ดพันธ์ุที่พร้อมจะงอกเงยใหม่ เปรียบดั่งนกฟินิกซ์ที่ผลัดขนและตายลงเพื่อที่จะกำเนิดใหม่อย่างสวยงาม

มาช่วยพวกเราแล้วทอมได้อะไร

ผมก็สงสัยเหมือนที่นักวิทยาศาสตร์สงสัยคือทอมมาหาเราแล้วทอมจะได้อะไร เพราะผมมีความเชื่อหนึ่งที่ว่ามนุษย์ทุกคนไม่ว่าจะประเสริฐเพียงใดในการลงมือทำสิ่งใดสักอย่างหนึ่งย่อมต้องการสิ่งตอบแทน การมาช่วยเหลือของทอมก่อให้เกิดผลดีกับตัวทอมใน 2 กรณีคือ

  1. ทอมได้พัฒนาตัวเองและได้ก้าวเข้าสู่วงใน ดังที่เรารู้แล้วว่าสมการของทอมยังมีวิญญาณอยู่ ดังนั้นในการที่ทอมต้องแตกตัวออก เพื่อที่ประจุทั้งหมดของทอมจะต้องย้อนกลับมาเรียนรู้ใหม่ถึงการไปให้ถึงสมการสุดท้ายของชีวิต เมื่อใดที่ประจุทั้งหมดได้เรียนรู้จนถึงสภาวะสมบูรณ์แล้ว จึงจะกลับไปควบรวมกับทอมใหม่ แล้ว ณ จุดๆหนึ่งทอมจะตัดวิญญาณออกจากสมการชีวิตได้จนกลายเป็นสิ่งมีชีวิตลำดับที่ 2 แล้วเข้าไปควบรวมกับวงที่ 2 ส่วนวงที่ 2 เข้าไปควบรวมกับวงที่ 1 ที่อยู่ด้านใน แล้วต่างก็แตกตัวใหม่สลับเข้าออกวนไปอย่างนี้เพื่อให้ความบริสุทธิ์กำเนิดเป็นอนันตบริสุทธิ์อยู่เรื่อยไป
  2. ทอมมีความสุขกับการพัฒนาตัวเองพร้อมทั้งเป็นผู้ให้ไปในขณะเดียวกัน ถ้าจะอธิบายให้เข้าใจก็คงเหมือนกับ บิล เกต หรือมหาเศรษฐีหลายๆคนบนโลกใบนี้ ที่เมื่อมาถึงจุดๆหนึ่งของชีวิตต่างไม่รู้ว่าเงินทั้งหมดที่ได้มาจะให้ความหมายอะไรกับชีวิต จึงขอเปลี่ยนสถานะจากผู้รับมาเป็นผู้ให้เพื่อจะเติมเต็มความหมายใหม่ๆให้กับชีวิต

จุดสูงสุดของชีวิตคือการดับไปจริงหรือ

การเกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไปอยู่เสมอ การแตกตัวออกของประจุและกลับมาควบรวมใหม่หมุนวนไปอยู่เสมอ การผลัดขน ตายลง และเกิดใหม่ของนกฟินิกซ์อยู่เสมอ ผมฟังแล้วคล้ายๆกับสิ่งหนึ่งที่พระพุทธเจ้าสอนครับ สิ่งหนึ่งที่ผมสงสัยมาตลอดตามที่พวกผู้คนยุคหลังพูดกันว่า เราจะพัฒนาตนเองเพื่อไปสู่จุดสูงสุดซึ่งก็คือการดับไปโดยปราศจากการกลับมาเกิดใหม่อีก ใช่หรือว่านั้นคือสิ่งที่เราตามหา ตลอดเวลาผมเฝ้าบอกกับตัวเองว่ามันไม่ใช่ ไม่ใช่เลย

คงไม่มีใครเพียรพัฒนาตัวเองด้วยการทำงานหนักมาทั้งชีวิตหรือหลายช่วงชีวิตเพื่อต้องการหลับไปโดยไม่ตื่นมาอีก ลองไปถามกับสตีฟ จ็อบส์, บิล เกตุ, แจ็ค หม่า ว่าถ้าเลือกได้อยากหลับไปไม่ตื่นมาอีก หรือทำได้ทั้งหลับและตื่นเพื่อจะอยู่ดูความสำเร็จที่ได้สร้างไว้ให้กับคนรุ่นลุกรุ่นหลานไปตลอดชีวิต

จะเป็นไปได้ไหมที่การดับไปที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนคือการดับไปในสังสารวัฎหนึ่ง แต่ยังมีอีกที่หนึ่งที่มีพัฒนาการล้ำหน้าไปไกลสุดกู่ วิวัฒนาการที่เรียกว่าเป็นของชนชาวศิวิไลซ์อย่างแท้จริง วิวัฒนาการของเมืองแก้วหรืออะไรก็ตามแต่ที่ตำนานว่ากล่าวเล่าขานกัน สิ่งนี้ไม่ใช่หรือถึงจะคุ้มค่ากับการตรากตรำที่จะพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดนิ่ง

ผู้ที่ส่งทอมมาต้องการให้เราได้เรียนรู้อะไร

ให้เรานึกถึงการทำงานของ กฏแห่งแรงดึงดูด (Law of Attraction),การดึงดูดและผลักกันระหว่างขั้วที่เหมือนและต่างกัน 2 ขั้ว, และนึกถึงเส้นขนาน

ดั่งที่เราได้เรียนรู้มาแล้วว่าที่ผ่านมาโลกเราอะไรๆก็มี 2 ด้านเสมอ ถ้าพูดถึงในเรื่องความเชื่อก็มี 2 ด้านด้านหนึ่งเราเรียกว่าศรัทธาอีกด้านหนึ่งเราเรียกว่าปัญญา หากฝ่ายศรัทธาโจมตีฝ่ายปัญญา ฝ่ายปัญญาก็จะโต้ตอบด้วยคำว่าคุณงมงาย หากฝ่ายปัญญาโจมตีฝ่ายศรัทธา ฝ่ายศรัทธาก็จะโต้ตอบว่าคุณลบหลู่

ศรัทธาเราอาจแทนได้เพื่อความเข้าใจง่ายๆว่าคือนักบวช ผมขอแทนด้วยขั้ว R
ปัญญาเราอาจแทนได้ด้วยคำว่านักวิทยาศาสตร์ ผมขอแทนด้วยขั้ว L
เนื่องจากว่าแม่เหล็กทั้ง 2 ขั้วหรือความเชื่อทั้ง 2 ด้าน ตลอดเวลาที่ผ่านมาล้วนแต่เดินไปในทิศทางของตัวเองดั่งเส้นขนานอย่างไม่มีวันมาบรรจบกันได้ จึงต้องมีบุคคลกลุ่มหนึ่งเลือกเดินใน ทางสายกลาง เพื่อต้องการพิสูจน์ว่าหลักศาสนาและหลักวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องเดียวกัน

โชคดีที่ปัจจุบันในหมู่ซีกโลกตะวันตกผู้ที่เรียกได้ว่าเป็นผู้ที่มีวิวัฒนาการทางความคิดล้ำหน้ากว่าหันมาสนใจศึกษาหลักการปฏิบัติเพื่อพัฒนาจิตมากขึ้น และเหล่าผู้ที่มีพัฒนาการทางจิตก็เปิดกว้างทางความคิดไม่ยึดติดกับรูปแบบเดิมๆมากขึ้น จนเรียกได้ว่าขั้วทั้ง 2 ขั้วอาจมีจุดบรรจบขึ้นมาในสักวัน

แต่แน่นอน มนุษย์เราจะหันหน้าเข้าหากันก็ต่อเมื่อรู้สึกว่ากำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงมาถึงตัว กำลังจะมีสิ่งที่ใหญ่กว่าตัวเข้ามากระทบ จึงเป็นสาเหตุที่ว่าผู้ที่อยู่ในจุด 2L หรือ 2R อยากเดินหันหน้าเข้าหากันเต็มทีแล้วจะทำอย่างไรที่จะทำให้ผู้คนอื่นๆที่อยู่ในระนาบเดียวกันคิดเห็นตรงกันคือต่างฝ่ายต่างหันหน้าเข้าหากัน

ทั้ง 2 ฝ่ายจึงได้ส่ง กระแสความคิด ขึ้นไปบนฟ้า เพื่อเฝ้ารอการมาของใครบางคน จะเป็นไปได้ไหมที่นักวิทยาศาตร์บางคนเชื่อด้วยจิตใจอันบริสุทธิ์ว่าสักวันจะมีมนุษย์ต่างภพลงมาหาพวกเรา จะเป็นไปได้ไหมที่นักบวชบางท่านเชื่อด้วยหัวใจอันบริสุทธิ์ว่าพระพุทธเจ้าและพระเจ้าของเราจะมีวันหวนกลับมา จะเป็นไปได้ไหมที่พลังงานของทั้ง 2 ขั้วความคิดได้มีกระแสดึงดูดที่แรงพอไปจนพบจุดตัด ณ สถานที่แห่งหนึ่งที่อยู่บนท้องฟ้าแล้ว

การกลับมาของจุดศูนย์กลาง

หากมนุษย์ต่างภพมีจริงหรือ พระเจ้า พระพุทธเจ้ากำลังเฝ้ามองเราอยู่ ณ สถานที่แห่งใดแห่งหนึ่งบนท้องฟ้านั้นจริง และเหตุใดพวกท่านถึงต้องกลับลงมา

ตรงนี้คงต้องเปรียบกับการทำงานของขั้วแม่เหล็ก หากด้าน L และ ด้าน R ต้องมาบรรจบกันจริงๆ คงไม่มีประโยชน์อันใดที่ขั้วเดียวกันจะลงมาหากัน ยกตัวอย่างง่ายๆในการมาของทอมหากข้อมูลที่ทอมให้ไว้ไม่ได้ตรงกับหลักศาสนาที่ค้านกับศาสนาของชาวตะวันตก ข้อมูลนี้ก็คงถูกเก็บงำไว้ในหมู่ชาวตะวันตกเพื่อให้ชนชาวตะวันตกรักษาอำนาจให้เหนือชนชาวตะวันออกไว้ได้ นี่หรือเปล่าจึงเป็นเหตุผลให้เบื้องบนต้องส่ง 1L ลงมาหา 2R และ 1R ลงมาหา 2L และนอกจากนี้ยังมีหลายๆจุดที่ทำงานเชื่อมโยงสอดคล้องกันเกิดเป็นระบบที่เรียกว่า คนระบบ*

มาถึงจุดนี้เราอาจสงสัยว่าการเชื่อมโยงจุดต่างๆจากบนลงมาล่าง ดึงซ้ายให้เข้ามาขวา ขวาให้เข้ามาซ้ายจะเกิดประโยชน์อะไรกับระบบโดยรวม ให้ลองนึกภาพเส้นขนานสองเส้นที่ขนานกันอยู่หากเราลากจากจุดเดียวๆจากซ้ายและขวามาพบกันตรงกลาง เราจะได้ภาพของสามเหลี่ยม แล้วจุดตรงกลางนั้นจะดึงทั้งหมดของระนาบบนและล่างมาชิดกันจากเส้นขนานเราจะได้เป็นเส้นๆเดียว หลังจากนั้นเราดึงจุดซ้ายสุดและจุดขวาสุดมาพบกันตรงกลาง จากเส้นๆเดียวจะกลายเป็นจุดเดียวๆ

ที่เกิดความสมดุลย์ พร้อมจะเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป และเคลื่อนไหวอย่างสงบนิ่งแต่เปี่ยมไปด้วยพลังบริสุทธิ์อยู่ตลอดเวลา จุดที่พร้อมจะพัฒนาต่ออย่างยั่งยืน จุดที่เข้าใจในทุกเหตุและทุกผลของทุกการกระทำ เป็นยอดหรือแกนกลางของทุกๆปิระมิด จุดๆนี้คือจุดสูงสุดของพระพุทธศาสนาที่ พระโคตมพุทธเจ้า ทรงสอนเรามาตลอด ๒,๕๐๐ ปี เราเรียกจุดจุดนี้ว่า

นิพพานที่แท้จริง

 

* คนระบบ ผมได้คำนี้มาจากกลุ่ม UFO เขากะลา กลุ่มนี้มีความเชื่อว่าพวกเค้าได้รับการติดต่อจากมนุษย์ต่างภพเพื่อกระทำการบางอย่าง ผมฟังดูแล้วมีข้อมูลบางอย่างที่น่าสนใจดีและมันตรงกับหลักศาสนาและการพัฒนาตัวเอง จึงขออนุญาติยืมคำมาใช้ครับ ท่านสามารถเข้าไปดูคลิปได้ที่นี่ครับ ธรรมมะที่ไม่ได้มาจากพระพุทธเจ้า แต่มาจากต่างดาว (ผมว่าชื่อคลิปมันแปลกๆเลยขออนุญาติต่อท้ายให้นิดนึง แล้วถ้าพระพุทธเจ้าอาศัยอยู่ที่ต่างดาว ธรรมะนั้นมาจากพระพุทธเจ้าไหม)

Copyright © 2018. All rights reserved.