032 เราต้องทำอย่างไร หากไม่เข้าใจ แต่อยากสูดดม นิพพาน

อยากสูดดมนิพพานต้องเริ่มจากตรงไหน

หากนิพพานเปรียบเสมือนออกซิเจนของชาวพุทธแล้วเราต้องทำอย่างไรเพื่อให้ได้สูดดมมันล่ะ

นิพพาน อัตตา อนัตตา ศาสดา อะไรมั่วเปล่า จะมาเพิ่มความสงสัยให้นิพพานในใจมันสั่นคลอนไปหรืออย่างไร

อย่างที่บอกครับเนื้อหาทั้งหมดในหนังสือเล่มนี้มันเป็นเพียง จิตนาการ ของผู้เขียน อาจจะมีสักบทหนึ่งที่จุดประกายให้ผู้อ่านกลับมามีกำลังใจในการประพฤติปฏิบัติธรรม ตามคำสอนของพระโคตมพุทธเจ้าขึ้นมาบ้าง

แล้วถ้าอยากจะปฏิบัติธรรมตามคำสั่งสอนของพระโคตมพุทธเจ้าเพื่อจะไปให้ถึงนิพพาน ต้องเริ่มที่ตรงไหน ขันธ์ อายตนะ ไตรลักษณ์ ไตรสิกขา ปฏิจสมุปบาท อริยสัจ มัจฌิมาปฏิปทา ทาน ศีล ภาวนา นั่งสมาธิ เจริญสติ วิปัสสนากรรมฐาน หรือต้องไปอ่านพระไตรปิฏก อ่านภาษาบาลี ธรรมะที่มีอยู่กองไหน ไปเข้าวัดปฏิบัติธรรมที่ใด ถึงจะได้เข้าถึงธรรมะของพระพุทธเจ้าอย่างลึกซึ้งจนได้พบพระนิพพาน

ศีล สมาธิ ปัญญา

ผู้เขียนขออนุญาติหยิบยก ส่วนหนึ่งของ คิริมานนทสูตร ที่ท่าน พล.ต.ท. นพ. สมศักดิ์ สืบสงวน ได้แปลรวบรวมไว้ได้อย่างเรียบง่ายและมีส่วนที่น่าสนใจ ดังนี้

ท่านผู้ใดที่ต้องการจะพ้นทุกข์  หรือไปพระนิพพานภายในชาตินี้ ก็ต้องอาศัย ศีล สมาธิ ปัญญา เป็นหลักสำคัญในการปฏิบัติ ทรงตรัสว่า “ผู้ใดต้องการพระนิพพานจริง ต้องรักษาศีล ๕ ศีล ๘ ศีล ๑๐ ศีล ๒๒๗ หรือศีลพระปาติโมกข์เสียก่อน จึงชื่อว่าเข้าใกล้ทาง มีโอกาสที่จักได้ถึงโลกุตรธรรมนิพพานโดยแท้”

ผู้มีปัญญาเลือกรักษาศีลและข้อวัตรแต่เล็กน้อยก็มีความสุขทั้งกายและใจได้ อธิบายคือ ผู้ฉลาดมีปัญญา ท่านพิจารณาศีลเห็นคุณและโทษของศีลได้ชัดแจ้งว่า ตัวเจตนาที่จะงดเว้นไม่กระทำชั่ว คือ ศีล (บุญบาป ดีชั่ว กุศลอกุศล ล้วนอยู่ที่เจตนาของใจเป็นหลักสำคัญ) เมื่อท่านเข้าใจอารมณ์จิตของท่านก็ไม่หนัก แต่เบาสบายเป็นสุข ไม่เหมือนผู้ที่ไม่เข้าใจ ย่อมรักษามากมายหลายอย่างทั้งกาย วาจา ใจ จิตวิตกและสงสัยในธรรมปฏิบัติเรื่องศีลอยู่เสมอ จึงเป็นทุกข์ทั้งกายและใจ เพราะเหตุที่รักษามากเกินไป หรือพูดสั้นๆว่า “ควรใช้ใจรักษาศีล (ใช้ปัญญาอบรมศีลให้บริสุทธิ์) ไม่ให้กระทำผิดศีล จึงเบาและเป็นสุข (เพราะใจไม่เหนื่อย) แต่จะไม่ใช้กายรักษาศีล เท่ากับแบกศีล จึงหนักและเป็นทุกข์ หรือจะพูดว่า ควรเอาจิตคุมกาย ไม่ใช่เอากายคุมจิต”

ผู้มีความรู้จะฉลาดสักปานใด ไม่ควรถือตัวว่าเป็นผู้ยิ่งกว่าผู้มีศีล “ดูกรอานนท์ บุคคลผู้ไม่มีศีล ปราศจากการรักษาศีล ไม่ควรกล่าวคำประมาทแก่ผู้มีศีล หรือเข้าใจว่าตนเองดีกว่าผู้มีศีล จัดเป็นมิจฉาทิฏฐิ เป็นคนหลงทาง ห่างจากความสุขในมนุษย์ สวรรค์ และพระนิพพานมาก เพราะเหตุว่า ผู้มีศีล (อธิศีล) ได้ชื่อว่าใกล้ต่อพระนิพพานอยู่แล้ว จะถือเอาความรู้และความไม่รู้ เป็นเครื่องวัดความดีไม่ได้ ต้องถือเอาการละกิเลสได้เป็นเครื่องวัด เพราะผู้จะเข้าถึงพระนิพพาน ต้องอาศัยการละกิเลสได้ส่วนเดียว เมื่อละกิเลสได้แล้ว แม้จักไม่มีความรู้มาก รู้แต่เพียงการละกิเลสได้เท่านั้น ก็อาจถึงพระนิพพานได้

พลังบริสุทธิ์ที่ส่งมาได้ตามสายสิญจน์

เป็นอย่างไรบ้างครับง่ายหรือไม่ครับกับการพบ พระนิพพาน เริ่มง่ายๆจากสิ่งที่เราทำได้ตั้งแต่วันนี้ โดยไม่ต้องก้าวออกไปไหน ด้วยการรักษาศีลให้บริสุทธิ์ แล้ว พลังจิตบริสุทธิ์ ก็จะเกิดขึ้นได้กับผู้มี ศีลบริสุทธิ์ เพราะเราต่างรู้กันว่าในทางพระพุทธศาสนาพลังบริสุทธิ์ ถ่ายทอดถึงกันได้ผ่านสายสิญจน์ แล้วหากเราอยากสัมผัสถึงการมีอยู่ของ พลังจิตบริสุทธิ์ ของพระพุทธเจ้า พระอรหันต์ พระอริยสงฆ์ จะมีอะไรดีเท่าเรามาอยู่ร่วมกันในวงนี้ วงสายสิญจน์ที่กางแผ่ขยายออกอยู่ตลอดเวลา เพื่อชี้นำพวกเราเหล่าพุทธศาสนิกชนที่ประพฤติปฏิบัติดีให้พบพระนิพพาน เพราะในโลกนี้ไม่มีสายสิญจน์ใดจะขาว สะอาด บริสุทธิ์ และมีพลังดึงดูดได้ดีเท่า

สายศีล

เริ่มรักษาศีล ๕ ของเราให้บริสุทธิ์ เพื่อสูดดมออกซิเจนของชาวพุทธกันครับ

 

Copyright © 2018. All rights reserved.