018 วงล้อการตรัสรู้

จากบทความ ทำไมทอมถึงมีสมการชีวิต = ความคิด + จิต + วิญญาณ เราสามารถสรุปการเรียนรู้เพื่อให้ถึงสมการสุดท้ายของชีวิต หรือ จุดแรกของนิพพาน ได้ดังนี้คือ

0 = ความคิด + พลังงานบริสุทธิ์
0 = ความคิด + จิตบริสุทธิ์
0 = 0

ค่อยๆเรียน ตัวรู้ (ความคิด)
แล้วจึงปล่อยวาง ตัวรู้ (อารมณ์และความรู้สึก)
ไปจนวันหนึ่งเราอาจจะ รู้ ตัวรู้ (จิต)
จนได้พบ ตัวรู้ ที่แท้จริง (จิตใต้สำนึก)

วัฎจักรการตรัสรู้

เราอาจจะพูดได้ว่าวัฎจักรการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า 1 พระองค์ ต้องประกอบไปด้วยการตัด 3 รู้

หากเราจะพูดว่าสิ่งนี้คือวงจรการ ตรัสรู้ ของพระพุทธเจ้าก็ถูกเพียงแค่ครึ่งเดียว เพราะพระโคตมพุทธเจ้า ท่านก็คือมนุษย์ที่มีชาติกำเนิดในวรรณะกษัตริย์จึงต้องใช้คำราชาศัพท์ว่า ตรัสรู้ ซึ่งเราสามารถแปลความหมายมาใช้กับสามัญชนอย่างเราๆท่านๆว่าการ พูดรู้

การพูดรู้ในที่นี้ก็ไม่ต่างอะไรไปจากพวกเรา ไม่ต่างอะไรไปกับผู้รู้ในเรื่องทั่วไป ผู้รู้ในเรื่องนั้นอย่างเชี่ยวชาญ เช่น คุณครู อาจารย์ นักวิชาการ โค้ช และผู้รู้ในศาสตร์ต่างๆอีกมากมาย กระบวนการจะพูดว่ารู้ก็ไม่ต่างอะไรกัน

  1. เมื่อคุณรู้ตัวว่าเรื่องนี้คุณรู้การที่คุณจะไปพูดบอกให้คนอื่นรู้ได้อย่างที่เรารู้ได้เราก็ต้องตัดอารมณ์ออกไป เพื่อให้การพูดรู้ของคุณเป็นไปอย่างมีสติเพราะจริงๆสิ่งที่คุณรู้คนอื่นอาจจะรู้มากกว่า หรือรู้ในมุมที่ต่างจากคุณ
  2. เมื่อคุณตัดอารมณ์ออก สิ่งต่อไปที่คุณต้องตัดก็คือ การตื่น การตื่นในที่นี้ถ้าเป็นในระดับพวกเราก็คงเป็นความตื่นกลัว ตื่นเต้น ในการที่เราได้รู้เรื่องนั้นๆ เมื่อเราตัดความตื่นตรงนี้ลงได้เราก็จะได้ถ่ายทอดเรื่องที่เรารู้อย่างเป็นผู้ตื่นตัวแต่ไม่ตื่นกลัวและไม่ตื่นเต้น
  3. สุดท้ายเมื่อคุณตัดความตื่นกลัวและตื่นเต้นออก คุณก็จะได้พบกับความเบิกบาน ว่าคุณได้รู้ในสิ่งที่ทำให้ชีวิตคุณมีความสุข แต่คุณก็ต้องตัดความเบิกบานนั้นออก เพราะถ้าคุณไปยึดติดกับความเบิกบานนั้น คุณก็จะไม่มีแรงผลักดันให้คุณถ่ายทอดเรื่องที่คุณรู้ไปสู่ผู้อื่น ให้ผู้อื่นได้เบิกบานเหมือนคุณ

ดังนั้นเมื่อพูดจากแง่มุมของสามัญชนจึงสามารถสรุปได้ว่าเราทุกคนสามารถเกิดวงจรสู่การเป็นผู้ตรัสรู้ได้เหมือนกับพระโคตมพุทธเจ้า เพราะแท้จริงการตรัสรู้นั้น ก็คือการพูดรู้ พูดในสิ่งที่คุณคิดว่าคุณรู้คุณเชี่ยวชาญก็เท่านั้นเอง

ตรัสรู้ = พูดรู้ = พูดเรื่องที่เรารู้, เราเชี่ยวชาญ

Copyright © 2018. All rights reserved.